เมื่อความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ เราสามารถตั้งให้ระบบ update security patch ได้อัติโนมัติผ่าน cron โดยใช้ yum-cron ซึ่งจะมีการติดตั้ง ดังนี้ ติดตั้ง yum-cron # yum install -y yum-cron แก้ไขไฟล์คอนฟิก yum-cron สำหรับรันทุกวัน ใน /etc/yum/yum-cron.conf หากต้องการรันทุกชั่วโมง ให้ไป config ไฟล์ /etc/yum/yum-cron-daily.conf # vi /etc/yum/yum-cron.conf ############################################ # random เพื่อไม่ให้ traffic สูงเกินไปถ้า update พร้อมกันหลาย ๆ เครื่อง random_sleep = 0 # update เฉพาะ security ให้เปลี่ยน default เป็น security # What kind of update to use: # default = yum upgrade # security = yum — security upgrade # security-severity:Critical = yum — sec-severity=Critical upgrade # minimal = yum — bugfix update-minimal # minimal-security = yum — security update-minimal # minimal-security-severity:Critical = — sec-severity=Critical update-minimal update_cmd = security update_messages = yes download_updates = yes # ให้ yum-cron config ทำงานให้ปรับเป็น yes apply_updates = yes ###########################################

ถ้าเครื่อง PC หรือ Server มี GPU หลาย ๆ ตัว อยู่ในเครื่องเดียวกัน มีทั้ง VGA ที่เป็น On board สำหรับ Server หรือมีการ์ดจอที่มากับ CPU เราจะจัดการยังไงให้ Display ตามที่เราต้องการ

อย่างในระบบที่ทดสอบ จะมี VGA อยู่ 3 ตัว คือ onboard matrox, Nvidia GPU และ AMD GPU

lscpi |grep VGA

จะเห็นเลข pci id device เช่น 05:00.0 จะเป็นของ AMD GPU
ให้สั่งหา kernel moduls ของ GPU นั้น ๆ โดยสั่ง
lspci -vs <pci id device> |grep modules

--

--

ในการเลือกซื้อ RACK สำหรับใส่เครื่อง Server มีประเด็นหลาย ๆ จุด ที่ควรคำนึงถึง ซึ่งในตลาดจะมีรูปแบบของตู้หลาย ๆ แบบ

จุดแรกก็คือขนาดของตู้ ให้เลือกตามความเหมาะสมและการขยายระบบในอนาคต และควรคำนึงถึงการรับน้ำหนักของพื้นด้วยว่าถ้าใส่เครื่อง Full load แล้วพื้นจะรับน้ำหนักไหวหรือไม่
ซึ่งในตลาดก็จะมีหลายขนาด
เริ่มต้นที่ 15U สำหรับเครื่อง Server และอุปกรณ์ที่ไม่เยอะมาก วางไว้ในสำนักงานได้
ต่อมาก็จะเป็นตู้ที่สูงขึ้นเป็น 27U จนถึงตู้ปกติ 42–45U ที่เห็นกันอยู่ใน Data Center

จุดที่สองที่ควรคำนึงเช่นกันก็คือ การระบายอากาศของตู้ ก็คือประตูหน้าและประตูหลัง ซึ่งตู้ RACK ในตลาดจะมีหลาย ๆ แบบ จะมีทั้งเป็นแบบประตูบานเดียว ประตูคู่ เป็นบานทึบ บานอคลีลิคทึบ บานสแตนเลสเจาะรู หรือบานคู่เจาะรู ซึ่งในหลักการการระบายอากาศของเครื่อง Server ส่วนใหญ่จะออกแบบให้ดูดอากาศเย็นจากทางหน้าเครื่องและระบายออกทางหลังเครื่อง ดังนั้นตู้ที่แนะนำควรจะเป็นตู้ที่มีการเจาะระบายอากาศได้ทั้งบาน ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

อีกจุดที่สำคัญไม่แพ้กันในการเลือกซื้อตู้ RACK ก็คือความลึกของตู้ RACK เพราะขนาด กว้าง x ยาว ของ RACK 1 RU นั้นถูก Fix มาเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว ที่เหลือขึ้นอยู่กับความลึกของเครื่อง Server หรือ อุปกรณ์อื่น ๆ แล้วว่าจะมีความลึกอยู่ที่เท่าไหร่

โดยทั่วไปการคำนวณความลึกของ Server ที่จะมาใส่ในตู้ RACK หากเช็คความลึก (Depth) ของ Server โดยดูจาก datasheet ว่ามีความลึกเท่าไหร่ ก็ให้คำนวณเพิ่มเข้าไปอีก 30 CM เพื่อเผื่อพื้นที่หน้าตู้และหลังตู้ไว้ เพื่อให้สามารถปิดตู้ได้ และมีระยะหน้าตู้และหลังตู้ที่ไม่แน่นจนเกินไป และมีระยะ Wiring สายต่าง ๆ หลังเครื่อง และจะได้ไม่ต้องขยับเสาภายในตู้ RACK ซึ่งต้องใช้แรงงานพอสมควรโดยใช่เหตุ
โดยทั่วไปตู้ RACK ที่มีอยู่ในท้องตลาดจะมีความลึกเริ่มต้นที่ 60 CM

เช่น Server ลึก 75 cm ก็คำนวณโดย
75+30=105 cm
ก็ควรหาตู้ RACK ที่มีความลึกของตู้ไม่น้อยกว่า 100 cm ขึ้นไป ก็จะใส่ Server ใน RACK ได้โดยที่พื้นที่หน้าและหลังตู้ไม่แน่นจนเกินไป สามารถปิดตู้ได้

--

--

โดยปกติ Ubuntu นั้นออกแบบมาให้ไม่สามารถ Login root ได้โดยตรง ทั้งจากทาง Network และหน้า GUI เพราะไม่มีการติดตั้ง SSH Server มาด้วย การเข้าถึงบัญชี root จะต้อง login บัญชีทั่วไปและใช้คำสั่ง sudo เป็น root

แต่หากต้องการ log in ด้วยบัญชี root จะต้องปรับแต่ง Ubuntu
ขั้นแรกต้องตั้ง password ของบัญชี root ก่อน โดย login บัญชีที่ sudo เป็น root ได้และใช้คำสั่ง passwd เพื่อตั้ง root password

$ sudo su -
# passwd

ssh via network

สำหรับการ Login ผ่าน Network จะต้องติดตั้ง OpenSSH Server ก่อน

# apt install openssh-server -y

จากนั้นไปปรับแต่งคอนฟิก /etc/ssh/sshd_config โดยปรับแต่งตัวแปร PermitRootLogin yes

และ restart sshd service เพื่อ reload configuration ใหม่
# systemctl restart sshd

ssh via GUI

สำหรับการ Login root ผ่าน GUI นั้น จะต้องไปปรับแต่งไฟล์ 2 ไฟล์ คือ
/etc/gdm3/custom.conf
เพิ่มบรรทัด AllowRoot=true

--

--

เปิด Terminal พิมพ์คำสั่งติดตั้ง gnome-session-flashback

sudo apt install gnome-session-flashback -y

จากนั้น reboot เข้ามาหน้า login เลือก User ที่จะ login และไปที่ setting ทางด้านขวาล่าง เลือก GNOME Flashback (Metacity)

และ Login เข้า Ubuntu จะพบ Gnome Desktop แบบเก่าที่คุ้นเคย

--

--

แก้ ปัญหา Proxmox I/O error เมื่อวันดิสก์เต็ม

ปัญหา
promox io-error แล้วทำให้ VM ค้าง สถานะ VM ก็ running แต่มีเครื่องหมาย สามเหลี่ยม และ popup io-error

ต้นเหตุ
เกิดจาก pool ที่เก็บ disk ของ VM เต็ม ไม่สามารถเขียนข้อมูลเพิ่มเติมได้ จึงทำให้ VM freeze และ report io-error

การแก้ไข
ลบ VM อื่น ๆ ให้มีพื้นที่ว่าง หรือย้าย disk ไปยัง pool อื่น ๆ ที่ว่าง ให้มีพื้นที่ที่จะเขียนเพิ่มเติมได้

เพิ่มเติม เพิ่มดิสก์เข้า pool ที่มีอยู่ หรือ เติมดิสก์ และสร้าง pool สำหรับดิสก์ใหม่ที่เติมเข้าไป

การแก้ไข
ลบ VM อื่น ๆ ให้มีพื้นที่ว่าง หรือย้าย disk ไปยัง pool อื่น ๆ ที่ว่าง

--

--